เทศบาลบ้านแหลมพัฒนา

เรื่องทั้งหมดการประชาสัมพันธ์

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012

ibb6cq4px1ki

      เชื้อก่อโรคและลักษณะโรค  เชื้อไวรัสโคโรน่าโดยทั่วไป เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือระบบอื่นๆ ในคนและสัตว์ เช่น หนู ไก่ วัว ควาย สุนัข แมว กระต่าย และสุกร มีรายงานการพบเชื้อมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1965 ประกอบด้วยเชื้อสายพันธุ์ย่อยหลายสายพันธุ์ และพบได้ทั่วโลก โดยในเขตอบอุ่น (temperate climates) มักพบเชื้อไวรัสโคโรน่า ในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ โดยอาจมีความรุนแรงของอาการที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง เช่น เป็นไข้หวัดธรรมดา หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง อาจก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรงเฉียบพลันและมีการล้มเหลวของระบบทางเดินหายใจ และเสียชีวิตได้ เช่น ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์สแต่โดยส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รุนแรง (ยกเว้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย) ในคนที่เป็นโรคไข้หวัดก็มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ โดยประมาณร้อยละ 15 การติดเชื้อไวรัสทั้งหมด โคโรน่าพบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่พบมากในเด็ก อาจพบมีการติดเชื้อซ้ำได้ เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังการติดเชื้อ

เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส พบการระบาดปี ค.ศ. 2003 โดยพบเริ่มจากประเทศจีนแล้วแพร่กระจายไปทั่วโลก พบรายงานผู้ป่วยโรคซาร์สทั้งสิ้นมากกว่า 8,000 ราย และเสียชีวิตมากกว่า 750 ราย แต่ขณะนี้ (ปี ค.ศ. 2013) ไม่พบการระบาดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือ โรคโคโรน่า 2012 นี้ ไม่ใช่โรคซาร์ส เป็นคนละโรคกัน เนื่องจากมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรน่าคนละสายพันธุ์

      ระยะฟักตัวของโรค เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 นี้ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะแสดงอาการ เมื่อใดหลังจากติดเชื้อ แต่สำหรับเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยทั่วไป โดยเฉลี่ยมีระยะฟักตัวประมาณ 2 – 4 วัน

      วิธีการแพร่โรค ด้วยข้อมูลที่มีจำกัดอนุมานว่าการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 นี้ ถ้าจะสามารถติดต่อจากคนสู่คน น่าจะผ่านทางฝอยละออง (Droplet) ได้แก่ น้ำมูก น้ำลายจากผู้ป่วยที่มีเชื้อไปยังบุคคลอื่น โดยการไอ หรือจาม และการสัมผัส (Contact) กับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยเป็นหลัก ส่วนการแพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) มีโอกาสเป็นไปได้แต่น้อย

การป้องกัน 

  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ หรือจาม
  • ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่าย
  • ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด หรือที่ชุมชนสาธารณะที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หากจำเป็นต้องเข้าไป ให้พิจารณาใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรค
  • แนะนำให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูกเวลา ไอ หรือจาม
  • ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

 

 

 

พฤศจิกายน 2019
พฤ อา
« ต.ค.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

เรื่องล่าสุด

QR-Code เว็บเทศบาลบ้านแหลมพัฒนา

จำนวนผู้เข้าชม

ออนไลน์ขณะนี้: 0 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมวันนี้: 6 ท่าน
เข้าชมทั้งหมด: 24035 ท่าน